เครื่องปรุง
1.เตา
2. ตะไคร้
3. พริกขี้หนูสวน
4. มะเขือขึ่นก
5. ปลาดุก
6. ปูนา
7. กระเทียม
8. เกลือ
9. น้ำปลาร้า
10. ข่า
วิธีทำ
1. ล้างเตาให้สะอาดแล้วทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใช้ด้ายเย็บผ้ามัดก้อนเตาแล้วดึงให้เตาขาด เพื่อให้ เศษหญ้าที่ปนอยู่ในเตาออกให้หมด ทำอย่างนี้หลาย ๆ ครั้ง เสร็จแล้วใช้ผ้าบาง ๆ ที่สะอาด ห่อทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นท่อน ๆ ละประมาณ ๑ นิ้ว
2. ต้มปลา ปูนา ใบผักฮ้วน กับปลาร้าให้สุก แล้วแกะเอาแต่เนื้อ
แล้วนำไปโขลกกับกระเทียมให้ละพอประมาณ
จากนั้นเอาเตาลงตำพอเข้ากัน อย่าให้เละ
3. พริกขี้หนูสวน ตะไคร้ มะเขือขึ่นหั่นฝอย คลุกเข้ากับส่วนผสมทั้งหมด
โดยค่อยๆใส่น้ำต้าปลาลงไปอย่าให้น้ำมากเกินไป เติมน้ำปลาชิมรสตามชอบ
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554
แกงผักขี้หูด
เครื่องปรุง
1. ผักขี้หูด 2. กระดูกหมู หรือ ซี่โครหมู
3. มะเขือเทศลูกเล็ก
4. น้ำเปล่า
เครื่องแกง
1. กระเทียม 2. พริกแห้ง
3. กะปิ
4. ปลาร้า
5. หอมแดง
วิธีทำ
1. ต้มน้ำให้เดือดเอากระดูกหมูใส่หรือซี่โครงใส่ตอนน้ำเดือด
2. ต้มกระดูกสุกได้ที่แล้วก็นำเครื่องพริกลง คนให้ทั่วรอจนน้ำเดือด
3. เอาผักขี้หูดลงตาม แกงซัก ๙ - ๑๐ นาที อย่านานเกินไป
4. ตามด้วยมะเขือเทศลูกเล็ก
5. รอสักพักพอมะเขือเทศสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา
6. ใส่ใบชะพลูฉีก พลิกกลับไปมา จากนั้นตามด้วย ยอดชะอมอ่อน พลิกกลับไปมา สองสามรอบ
ยกลงเสิร์ฟ
แกงหน่อไม้ใส่น้ำปู๋
เครื่องปรุง
๑. หน่อไม้สับและซอยเป็นชิ้นๆ
๒. ใบย่านางอ่อน
๓. ชะอม
๔. ใบชะพลู (ผักแค)
๕. ปลาร้า น้ำปลา หรือ น้ำปู เกลือ
๖. พริกหนุ่ม หรือ พริกชี้ฟ้า ย่างไฟ
วิธีทำ
๑. นำหน่อไม้ใส่ลงไปในหม้อพร้อมน้ำเย็น ต้มไปจนกระทั่งนำงวดพอดี
* ต้องใสในน้ำเย็นเท่านั้น เพื่อไม่ให้แกงมีรสขม *
เพราะปกติแล้วหน่อไม้สดจะมีรสขมและเฝื่อนนิดหน่อย
๒. นำใบย่านางอ่อน ใส่ลงไปต้มกับหน่อไม้ให้เดือด
๓. ถ้าชอบเห็ดฟาง ใส่ไปด้วยก็จะทำให้น้ำแกงหวานยิ่งขึ้น
๔. ใส่ปลาร้า หรือ น้ำปู แล้วแต่ชอบ หลังเติมอย่าคนเพราะน้ำแกงจะเหม็นคาว
๕. มองดูว่าน้ำแกงแห้งพอดีแล้ว ใส่พริกหนุ่มที่ย่างไฟแล้ว ลอกเปลือกออก ใช้ส้อมลากลงให้เป็นเส้นๆ คนให้ทั่ว
๖. ใส่ใบชะพลู (ผักแค) ตามด้วยชะอม พลิกลงข้างล่าง ยกลงเสิร์ฟ
วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554
คั่วเห็ดถอบ
เครื่องปุรง
- เห็ดถอบ(ฝานเป็นชิ้นบางๆ)
- หมูสับ
- พริกขี้หนูแห้ง
- เกลือป่น
- ยอดมะขามอ่อน
- น้ำมันพืช
- น้ำปลา
- กระเทียม
- หอมแดง
- กะปิ
- พริกขี้หนูแห้ง
- กระเทียม
- เกลือ
- กะปิ
- หอมแดง
- นำเครื่องแกงโคลกรวมกันให้ละเอียด
- ผัดเครื่องแกงที่โคลกเตรียมไว้ให้หอม
- ใส่หมูลงไปผัดจนสุก แล้วใส่เห็ดถอบที่ฝานบางๆลงปผัดจนสุกเช่นเดียวกัน
- ใส่ยอดมะขามอ่อนลงไปผัด เสร็จแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมและปรุงตามใจชอบ
แกงโฮะ
ส่วนผสม
1.หมูสามชั้น
2.เนื้อไก่
3.มะเขือเปราะ
4.มะเขือพวง
5.มะเขือยาว
6.ถั่วฝักยาว
7.ตำลึง
8.หน่อไม้เปรี้ยว
9.ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
10.ผักชี ต้นหอม
11.พริกขี้หนูทอด
12.แตงกวา
13.วุ้นเส้น
14.สะระแหน่
15.ใบโหระพา
16.น้ำมัน
เครื่องแกง
1.พริกแห้ง
2.หอมแดงซอย
3.เกลือป่น
4.กระเทียมซอย
5.ตะไคร้หั่นฝอย
6.กะปิ
วิธีทำ
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
2. ล้างหมู ไก่ หั่นชิ้นบาง ล้างมะเขือพวง มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว และมะเขือยาว หั่นถั่วฝักยาวเป็นท่อน 1/2 นิ้ว หั่นมะเขือยาวเป็นท่อน 1/2 นิ้ว แล้วจึงผ่าครึ่ง มะเขือเปราะผ่าสี่
3. ใส่น้ำมันในกะทะ ตั้งไฟให้ร้อนใส่เครื่องแกงผัดให้หอม ใส่หมู ไก่ ผัดให้เข้ากัน ใส่หน่อไม้เปรี้ยวใช้ไฟอ่อนเคี่ยวสักครู่ ใส่วุ้นเส้นผัดให้เข้ากัน
4. จัดใส่จาน โรยใบสะระแหน่วางพริกขี้หนูทอดด้านข้างรับประทานกับใบโหระพา แตงกวา หั่นเป็นแว่น
1.หมูสามชั้น
2.เนื้อไก่
3.มะเขือเปราะ
4.มะเขือพวง
5.มะเขือยาว
6.ถั่วฝักยาว
7.ตำลึง
8.หน่อไม้เปรี้ยว
9.ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
10.ผักชี ต้นหอม
11.พริกขี้หนูทอด
12.แตงกวา
13.วุ้นเส้น
14.สะระแหน่
15.ใบโหระพา
16.น้ำมัน
เครื่องแกง
1.พริกแห้ง
2.หอมแดงซอย
3.เกลือป่น
4.กระเทียมซอย
5.ตะไคร้หั่นฝอย
6.กะปิ
วิธีทำ
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
2. ล้างหมู ไก่ หั่นชิ้นบาง ล้างมะเขือพวง มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว และมะเขือยาว หั่นถั่วฝักยาวเป็นท่อน 1/2 นิ้ว หั่นมะเขือยาวเป็นท่อน 1/2 นิ้ว แล้วจึงผ่าครึ่ง มะเขือเปราะผ่าสี่
3. ใส่น้ำมันในกะทะ ตั้งไฟให้ร้อนใส่เครื่องแกงผัดให้หอม ใส่หมู ไก่ ผัดให้เข้ากัน ใส่หน่อไม้เปรี้ยวใช้ไฟอ่อนเคี่ยวสักครู่ ใส่วุ้นเส้นผัดให้เข้ากัน
4. จัดใส่จาน โรยใบสะระแหน่วางพริกขี้หนูทอดด้านข้างรับประทานกับใบโหระพา แตงกวา หั่นเป็นแว่น
วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554
ขนมจึนน้ำเงี้ยว
ส่วนผสม
1. ขนมจีน
2. ซี่โครงหมูสับชิ้นเล็ก
3. เลือดไก่
4. เนื้อหมูสับละเอียด
5. น้ำมันพืช
6. ไก่พันธุ์พื้นเมือง
7. มะเขือเทศลูกเล็ก
8. มะเขือเทศใหญ่
9. ดอกงิ้ว
10. เกลือป่น
11. ถั่วเน่า
12. กะปิอย่างดี
13. ตะไคร้
14. ขมิ้น
15. หอมแดง
16. กระเทียม
17. พริกขี้หนูสวนแห้ง
18. รากผักชี
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
2. แช่ซี่โครงหมูในน้ำเย็น
3. ใส่น้ำมันในกะทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมทุบลงผัดให้พอเหลือง
4. ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม
5. ใส่เนื้อหมู เนื้อไก่ ลงผัดให้สุก
6. เติมน้ำซุปซี่โครงหมู
7. พอน้ำเดือดใส่ดอกงิ้ว ใส่มะเขือเทศ ตามด้วยเลือดหมู หรือ เลือดไก่
8. ใส่ถั่วเน่า ถ้าเป็นถั่วเน่าแค็บ ให้ย่างไฟให้หอมก่อน จากนั้นตำให้ละเอียด
9. เคี่ยวให้น้ำแกงหอม ซี่โครงหมูนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ ชิมรส รับประทานกับ ขนมจีน
ส่วนผักแล้วแต่ชอบ แต่ที่ขาดไม่ได้ คือ พริกทอด กระเทียมเจียว ผักกาดดอง
ต้นหอม ผักชี แคบหมู หรือ หนังปอง ถ้าชอบรสเปรี้ยว ต้องมีมะนาวฝานด้วย
1. ขนมจีน
2. ซี่โครงหมูสับชิ้นเล็ก
3. เลือดไก่
4. เนื้อหมูสับละเอียด
5. น้ำมันพืช
6. ไก่พันธุ์พื้นเมือง
7. มะเขือเทศลูกเล็ก
8. มะเขือเทศใหญ่
9. ดอกงิ้ว
10. เกลือป่น
11. ถั่วเน่า
12. กะปิอย่างดี
13. ตะไคร้
14. ขมิ้น
15. หอมแดง
16. กระเทียม
17. พริกขี้หนูสวนแห้ง
18. รากผักชี
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
2. แช่ซี่โครงหมูในน้ำเย็น
3. ใส่น้ำมันในกะทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมทุบลงผัดให้พอเหลือง
4. ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม
5. ใส่เนื้อหมู เนื้อไก่ ลงผัดให้สุก
6. เติมน้ำซุปซี่โครงหมู
7. พอน้ำเดือดใส่ดอกงิ้ว ใส่มะเขือเทศ ตามด้วยเลือดหมู หรือ เลือดไก่
8. ใส่ถั่วเน่า ถ้าเป็นถั่วเน่าแค็บ ให้ย่างไฟให้หอมก่อน จากนั้นตำให้ละเอียด
9. เคี่ยวให้น้ำแกงหอม ซี่โครงหมูนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ ชิมรส รับประทานกับ ขนมจีน
ส่วนผักแล้วแต่ชอบ แต่ที่ขาดไม่ได้ คือ พริกทอด กระเทียมเจียว ผักกาดดอง
ต้นหอม ผักชี แคบหมู หรือ หนังปอง ถ้าชอบรสเปรี้ยว ต้องมีมะนาวฝานด้วย
แกงกระด้าง
ส่วนผสม
1. ขาหมู
2. กระเทียม
3. พริกไทย
4. รากผักชี
5. ผักชี
6. ต้นหอม
7. เกลือ
วิธีทำ
1. ล้างขาหมูให้สะอาด เลาะเอากระดูกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2. นำขาหมูที่หั่นแล้วไปต้ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง
3. โขลกกระเทียม พริกไทย และรากผักชี รวมกันให้ละเอียด
4. ใส่ส่วนผสมที่โขลกลงในหม้อต้มขาหมู ตามด้วยเกลือ ต้มต่อสักครู่
5. เทใส่ถาด นำใส่ตู้เย็น จนแข็งตัว หรือในหน้าหนาว ทิ้งไว้ค้างคืน แกงจะแข็งตัวเอง โรยหน้าด้วยผักชีซอยและต้นหอมซอย
1. ขาหมู
2. กระเทียม
3. พริกไทย
4. รากผักชี
5. ผักชี
6. ต้นหอม
7. เกลือ
วิธีทำ
1. ล้างขาหมูให้สะอาด เลาะเอากระดูกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2. นำขาหมูที่หั่นแล้วไปต้ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง
3. โขลกกระเทียม พริกไทย และรากผักชี รวมกันให้ละเอียด
4. ใส่ส่วนผสมที่โขลกลงในหม้อต้มขาหมู ตามด้วยเกลือ ต้มต่อสักครู่
5. เทใส่ถาด นำใส่ตู้เย็น จนแข็งตัว หรือในหน้าหนาว ทิ้งไว้ค้างคืน แกงจะแข็งตัวเอง โรยหน้าด้วยผักชีซอยและต้นหอมซอย
วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554
ตำมะเขือพวง
ส่วนผสม
1. มะเขือพวง
2. พริกหนุ่ม
3. กระเทียม
4. กะปิ
1. มะเขือพวง
2. พริกหนุ่ม
3. กระเทียม
4. กะปิ
5. น้ำมันพืช
วิธีทำ
1. ต้มมะเขือพวง ใส่น้ำเล็กน้อย ต้มให้เดือด
2. ต้มจนกระทั่งน้ำแห้ง ใส่น้ำมันลงคั่วให้เข้ากัน พักไว้
3. โขลกกระเทียม พริกหนุ่ม และกะปิ รวมกันให้ละเอียด
4. ใส่มะเขือพวงลงโขลกรวมกัน
5. ใส่เกลือลงโขลก และคลุกเคล้าให้เข้ากัน
1. ต้มมะเขือพวง ใส่น้ำเล็กน้อย ต้มให้เดือด
2. ต้มจนกระทั่งน้ำแห้ง ใส่น้ำมันลงคั่วให้เข้ากัน พักไว้
3. โขลกกระเทียม พริกหนุ่ม และกะปิ รวมกันให้ละเอียด
4. ใส่มะเขือพวงลงโขลกรวมกัน
5. ใส่เกลือลงโขลก และคลุกเคล้าให้เข้ากัน
วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554
จอผักปั๋ง
ส่วนผสม
1. ผักปลัง
2. จิ๊นส้ม
3. น้ำมะนาว
4. พริกชี้ฟ้าย่างไฟ
5. มะเขือเทศ
1. ผักปลัง
2. จิ๊นส้ม
3. น้ำมะนาว
4. พริกชี้ฟ้าย่างไฟ
5. มะเขือเทศ
เครื่องแกง
1. พริกชี้ฟ้า
2. กระเทียม
3. หอมแดง
4. กะปิ
5. เกลือ
1. พริกชี้ฟ้า
2. กระเทียม
3. หอมแดง
4. กะปิ
5. เกลือ
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ใส่เครื่องแกง และตามด้วยจิ๊นส้ม
3. ใส่ผักปลัง ตามด้วยมะเขือเทศ ต้มพอเดือดสักครู่
4. ใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน พอเดือด ยกลง
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ใส่เครื่องแกง และตามด้วยจิ๊นส้ม
3. ใส่ผักปลัง ตามด้วยมะเขือเทศ ต้มพอเดือดสักครู่
4. ใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน พอเดือด ยกลง
ผักปั๋ง หรือผักปลัง นั้น เรียกตามภาษาท้องถิ่นจาวเหนือนั่นเองค่ะผักปั๋งเป็นไม้เถากลมเล็กเรียวเรียบมัน ฉ่ำน้ำยาวหลายเมตร ใบเดี่ยวรูปหัวใจ ออกตามข้อใบหนาเรียบมัน เส้นใบชัด ผักปลังเถาแดงก้านใบ เส้นใบ มีสีม่วงแดง แผ่นใบสีเขียวผลอ่อนสีเขียวเข้ม ผลแก่สีม่วงเข้มผักปังมี 2 สี คือผักปังที่มีก้านใบสีแดง
กับผักปังที่มีก้านใบสีขาวผักปลังเป็นผักพื้นบ้าน ของไทย ที่พบเห็นอยู่ทั่วไป ตามชนบท ราคาถูกเพราะหาเก็บได้ตามชายป่าหรือถ้าปลูกก็เป็นผัก ที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก แต่คนในเมืองหลวงคงหาได้ไม่มาก น้อยคนนักที่รู้จักผักปลัง เพราผักปลังมักเป็นที่นิยมกินอยู่ตามต่างจังหวัด แต่ปัจจุบันมีการพูดถึงผักพื้นบ้านมากขึ้น เพราะผักพื้นบ้านมักเป็นผักปลอดสารพิษ ผักปลังจึงหวนกลับมากเป็นขวัญใจของผู้รักวิถีธรรมชาติทั้งหลาย
กับผักปังที่มีก้านใบสีขาวผักปลังเป็นผักพื้นบ้าน ของไทย ที่พบเห็นอยู่ทั่วไป ตามชนบท ราคาถูกเพราะหาเก็บได้ตามชายป่าหรือถ้าปลูกก็เป็นผัก ที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก แต่คนในเมืองหลวงคงหาได้ไม่มาก น้อยคนนักที่รู้จักผักปลัง เพราผักปลังมักเป็นที่นิยมกินอยู่ตามต่างจังหวัด แต่ปัจจุบันมีการพูดถึงผักพื้นบ้านมากขึ้น เพราะผักพื้นบ้านมักเป็นผักปลอดสารพิษ ผักปลังจึงหวนกลับมากเป็นขวัญใจของผู้รักวิถีธรรมชาติทั้งหลาย
วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554
แกงปลีตาล
ส่วนผสม
1. ปลีตาล
2. เนื้อไก่บ้าน
3. ใบมะกรูด
4. น้ำมันพืช
1. ปลีตาล
2. เนื้อไก่บ้าน
3. ใบมะกรูด
4. น้ำมันพืช
เครื่องแกง
1. พริกแห้ง
1. พริกแห้ง
2. หอมแดง
3. กระเทียม
4. ตะไคร้ซอย
5. ข่าซอย
6. กะปิ
7. เกลือป่น
3. กระเทียม
4. ตะไคร้ซอย
5. ข่าซอย
6. กะปิ
7. เกลือป่น
วิธีปรุง
1. แกะเปลือกปลีตาลออกเหลือแต่เนื้ออ่อน หั่นเป็นชิ้นบางๆ
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่ไก่ลงผัด พอไก่หดตัว เติมน้ำ เคี่ยวไก่พอสุกนิ่ม
4. ใส่ปลีตาล ต้มต่อจนปลีตาลสุก ประมาณ 5 – 10 นาที
5. ใส่ใบมะกรูด คนให้ทั่ว ปิดไฟ
1. แกะเปลือกปลีตาลออกเหลือแต่เนื้ออ่อน หั่นเป็นชิ้นบางๆ
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่ไก่ลงผัด พอไก่หดตัว เติมน้ำ เคี่ยวไก่พอสุกนิ่ม
4. ใส่ปลีตาล ต้มต่อจนปลีตาลสุก ประมาณ 5 – 10 นาที
5. ใส่ใบมะกรูด คนให้ทั่ว ปิดไฟ
เคล็ดลับ
หั่นปลีตาลแล้ว นำลงแช่น้ำทันที เพื่อไม่ให้มีสีน้ำตาล
ขนมเทียน
ส่วนผสม
1. แป้งข้าวเหนียวดำ
2. น้ำตาลปี๊บ
3. เกลือป่น
4. น้ำมันพืช
1. แป้งข้าวเหนียวดำ
2. น้ำตาลปี๊บ
3. เกลือป่น
4. น้ำมันพืช
5. มะพร้าวขูด
6. น้ำ
วิธีทำ
1. ทำไส้ขนม โดยนำมะพร้าวขูดลงผัดในกระทะ ใช้ไฟปานกลาง ผัดพอหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลปี๊บ ผัดให้เข้ากัน
2. ผัดไส้มะพร้าวจนเหนียวดีแล้ว นำไปพักไว้
3. ทำแป้งขนม นำแป้งนวดผสมกับน้ำ และเกลือป่น 1 ช้อนชา ให้เข้ากันจนเป็นก้อน
4. ฉีกใบตองกว้างประมาณ 10 ซม. นำด้านที่ห่อมาทาน้ำมันให้ทั่ว
5. นำแป้งที่นวดมาทำเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้มะพร้าวตรงกลาง แล้วห่อแป้งให้มิดไส้ แล้วคลึงเป็นก้อนกลม
6. ทำใบตองเป็นรูปทรงกรวย ใส่ขนมลงในใบตอง พับทบล่าง ซ้าย ขวา นำด้านที่แหลมสอดพับ แล้วห่อจะได้ขนมทรงสามเหลี่ยม
7. นำไปนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 20 นาที
1. ทำไส้ขนม โดยนำมะพร้าวขูดลงผัดในกระทะ ใช้ไฟปานกลาง ผัดพอหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลปี๊บ ผัดให้เข้ากัน
2. ผัดไส้มะพร้าวจนเหนียวดีแล้ว นำไปพักไว้
3. ทำแป้งขนม นำแป้งนวดผสมกับน้ำ และเกลือป่น 1 ช้อนชา ให้เข้ากันจนเป็นก้อน
4. ฉีกใบตองกว้างประมาณ 10 ซม. นำด้านที่ห่อมาทาน้ำมันให้ทั่ว
5. นำแป้งที่นวดมาทำเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้มะพร้าวตรงกลาง แล้วห่อแป้งให้มิดไส้ แล้วคลึงเป็นก้อนกลม
6. ทำใบตองเป็นรูปทรงกรวย ใส่ขนมลงในใบตอง พับทบล่าง ซ้าย ขวา นำด้านที่แหลมสอดพับ แล้วห่อจะได้ขนมทรงสามเหลี่ยม
7. นำไปนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 20 นาที
เคล็ดลับ
แป้งสำหรับทำขนมเทียน บ้างอาจจะผสมแป้งข้าวจ้าวเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เหนียวเกินไปบางบ้านนั้นอาจใส่น้ำอ้อยลงในแป้ง เพื่อให้แป้งมีรสหวาน
แป้งสำหรับทำขนมเทียน บ้างอาจจะผสมแป้งข้าวจ้าวเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เหนียวเกินไปบางบ้านนั้นอาจใส่น้ำอ้อยลงในแป้ง เพื่อให้แป้งมีรสหวาน
วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554
ไข่คว่ำ
ส่วนผสม
ไข่เป็ด
ไข่ไก่
เนื้อหมูบด
น้ำตาลทราย
กระเทียมสับ
พริกไทย
ผักชี
วิธีทำ
1. ต้มไข่เป็ดประมาณ 15 นาที ผ่าครึ่งเป็น 2 ซีก ใช้ช้อนควักไข่ออก โดยไม่ให้เปลือก แตก พักไว้
2. ผสมไข่เป็ด หมูสับ กระเทียมสับ เกลือ พริกไทย และ น้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ใส่ผักชีต้นหอม คนให้เข้ากัน
4. ตักส่วนผสมใส่ในเปลือกไข่เป็ด ให้พูนเล็กน้อย ทำจนหมด พักไว้
5. ตั้งน้ำมัน พอร้อน ตีไข่ไก่ ยิบไข่ที่พักไว้ชุบไข่ไก่ แล้วคว่ำหน้าลงทอดในกระทะ
6. ทอดพอหมูสุกและเหลือง ตักขึ้นใส่ตะแกรง
1. ต้มไข่เป็ดประมาณ 15 นาที ผ่าครึ่งเป็น 2 ซีก ใช้ช้อนควักไข่ออก โดยไม่ให้เปลือก แตก พักไว้
2. ผสมไข่เป็ด หมูสับ กระเทียมสับ เกลือ พริกไทย และ น้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ใส่ผักชีต้นหอม คนให้เข้ากัน
4. ตักส่วนผสมใส่ในเปลือกไข่เป็ด ให้พูนเล็กน้อย ทำจนหมด พักไว้
5. ตั้งน้ำมัน พอร้อน ตีไข่ไก่ ยิบไข่ที่พักไว้ชุบไข่ไก่ แล้วคว่ำหน้าลงทอดในกระทะ
6. ทอดพอหมูสุกและเหลือง ตักขึ้นใส่ตะแกรง
จะกินกับข้าวสวย ข้าวเหนียว หรือข้าวกล้อง ได้ทั้งนั้น
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
แกงผักหละ หรือ แกงชะอม
ส่วนผสมแกง
1. ชะอม
2. ปลาแห้ง
3. ข่าอ่อนซอย
4. พริกหนุ่มย่าง
1. ชะอม
2. ปลาแห้ง
3. ข่าอ่อนซอย
4. พริกหนุ่มย่าง
เครื่องแกงแกงผักชะอม
1. พริกแห้ง
2. กระเทียม
3. หอมแดง
4. กะปิ
5. เกลือ
1. พริกแห้ง
2. กระเทียม
3. หอมแดง
4. กะปิ
5. เกลือ
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงในน้ำเดือด
3. น้ำแกงเดือด ใส่ข่า
4. ใส่ปลาแห้ง ต้มจนปลานุ่ม
5. ใส่ผักชะอม ต้มจนผักสุก
6. ใส่พริกหนุ่มเผา และปรุงรสตามชอบ ปิดไฟ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงในน้ำเดือด
3. น้ำแกงเดือด ใส่ข่า
4. ใส่ปลาแห้ง ต้มจนปลานุ่ม
5. ใส่ผักชะอม ต้มจนผักสุก
6. ใส่พริกหนุ่มเผา และปรุงรสตามชอบ ปิดไฟ
ไส้อั่ว
ส่วนผสมไส้อั่ว
1. เนื้อหมูบด
2. ไส้หมู
3. ใบมะกรูด
4. ผักชีซอย
5. ต้นหอมซอย
1. เนื้อหมูบด
2. ไส้หมู
3. ใบมะกรูด
4. ผักชีซอย
5. ต้นหอมซอย
เครื่องแกงไส้อั่ว
1. พริกแห้ง
2. ข่าหั่น
3. ตะไคร้ซอย
4. หอมแดง
5. กระเทียม
6. กะปิ
7. เกลือ
1. พริกแห้ง
2. ข่าหั่น
3. ตะไคร้ซอย
4. หอมแดง
5. กระเทียม
6. กะปิ
7. เกลือ
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ล้างไส้หมูให้สะอาด โดยใส่น้ำลงในไส้ แล้วกลับด้านในออกมาด้านนอก นำไปแช่น้ำใส่เกลือ ประมาณ 10 นาที แล้วกลับด้านนอกออกเหมือนเดิม
3. ใส่เครื่องแกงลงคลุกเคล้ากับเนื้อหมูบดให้เข้ากัน
4. ใส่ผักชีต้นหอมซอย ใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
5. นำหมูที่คลุกเคล้าเรียบร้อยแล้ว มากรอกใส่ไส้หมู โดยใช้กรวยช่วยในการกรอกหมูใส่ไส้
6. เมื่อกรอกไส้จนเต็มแล้ว มัดปากไส้
7. นำไส้อั่วที่ได้มาย่างไฟอ่อนๆ จนสุกเหลืองทั่ว ประมาณ 45 นาที
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ล้างไส้หมูให้สะอาด โดยใส่น้ำลงในไส้ แล้วกลับด้านในออกมาด้านนอก นำไปแช่น้ำใส่เกลือ ประมาณ 10 นาที แล้วกลับด้านนอกออกเหมือนเดิม
3. ใส่เครื่องแกงลงคลุกเคล้ากับเนื้อหมูบดให้เข้ากัน
4. ใส่ผักชีต้นหอมซอย ใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
5. นำหมูที่คลุกเคล้าเรียบร้อยแล้ว มากรอกใส่ไส้หมู โดยใช้กรวยช่วยในการกรอกหมูใส่ไส้
6. เมื่อกรอกไส้จนเต็มแล้ว มัดปากไส้
7. นำไส้อั่วที่ได้มาย่างไฟอ่อนๆ จนสุกเหลืองทั่ว ประมาณ 45 นาที
แกงอ่อมหมู
ส่วนผสม
1. เนื้อหมูและเครื่องในหมู
2. ข่าอ่อนซอย
3. ตะไคร้ซอย
4. ใบมะกรูดฉีก
5. รากผักชี
6. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
7. ผักชีซอย
8. ต้นหอมซอย
9. น้ำมันพืช
1. เนื้อหมูและเครื่องในหมู
2. ข่าอ่อนซอย
3. ตะไคร้ซอย
4. ใบมะกรูดฉีก
5. รากผักชี
6. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
7. ผักชีซอย
8. ต้นหอมซอย
9. น้ำมันพืช
เครื่องแกง
1. พริกแห้ง
2. พริกขี้หนูแห้ง
3. หอมแดง
4. กระเทียม
5. ตะไคร้ซอย
6. ข่าซอย
7. ขมิ้นซอย
8. เกลือ
9. กะปิ
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. หั่นเนื้อหมูและเครื่องในหมู ขนาดชิ้นพอคำ
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม
4. ใส่เนื้อหมูและเครื่องในลงผัด ใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชี ผัดให้เข้ากัน
5. เติมน้ำ เคี่ยวต่อจนเนื้อและเครื่องในนุ่ม ปิดไฟ โรยใบมะรูด ผักชีต้นหอม ผักชีฝรั่ง
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. หั่นเนื้อหมูและเครื่องในหมู ขนาดชิ้นพอคำ
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม
4. ใส่เนื้อหมูและเครื่องในลงผัด ใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชี ผัดให้เข้ากัน
5. เติมน้ำ เคี่ยวต่อจนเนื้อและเครื่องในนุ่ม ปิดไฟ โรยใบมะรูด ผักชีต้นหอม ผักชีฝรั่ง
แกงฮังเล
ส่วนผสมแกงฮังเล
เนื้อสันคอหมู เนื้อหมูสามชั้น น้ำอ้อยป่น น้ำมะขามเปียก ขิงซอย กระเทียม ถั่วลิสงคั่ว สับปะรด ผงฮังเล
เครื่องแกง
1. พริกแห้ง
2. พริกขี้หนูแห้ง
3. หอมแดง
4. กระเทียม
5. ตะไคร้ซอย
6. ข่าซอย
7. เกลือ
8. กะปิหยาบ
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อหมูสันคอและหมูสามชั้นเป็นชิ้น ขนาด 1.5 x 1.5 นิ้ว
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผสมเครื่องแกง ผงฮังเล สับปะรด และเนื้อหมู คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
4. นำหมูที่หมักไว้มาตั้งไฟ ใส่น้ำเล็กน้อย ผัดจนกว่าหมูตึงตัว เคี่ยวต่อ คอยเติมน้ำเรื่อยๆ จนหมูนิ่มได้ที่
5. ใส่น้ำอ้อยป่น น้ำมะขามเปียก ใส่กระเทียม และขิงซอย คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อ
6. ใส่ถั่วลิสงคั่ว พอเดือดสักพัก ปิดไฟ
1. พริกแห้ง
2. พริกขี้หนูแห้ง
3. หอมแดง
4. กระเทียม
5. ตะไคร้ซอย
6. ข่าซอย
7. เกลือ
8. กะปิหยาบ
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อหมูสันคอและหมูสามชั้นเป็นชิ้น ขนาด 1.5 x 1.5 นิ้ว
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผสมเครื่องแกง ผงฮังเล สับปะรด และเนื้อหมู คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
4. นำหมูที่หมักไว้มาตั้งไฟ ใส่น้ำเล็กน้อย ผัดจนกว่าหมูตึงตัว เคี่ยวต่อ คอยเติมน้ำเรื่อยๆ จนหมูนิ่มได้ที่
5. ใส่น้ำอ้อยป่น น้ำมะขามเปียก ใส่กระเทียม และขิงซอย คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อ
6. ใส่ถั่วลิสงคั่ว พอเดือดสักพัก ปิดไฟ
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554
น้ำพริกข่า
ส่วนผสม
1. กระเทียม
2. ข่าหั่น
3. เกลือ
4. พริกป่น
5. ผงชูรส
วิธีทำ
1. โขลกเกลือ กระเทียม และข่า รวมกันละเอียด
2. ใส่พริกป่น ลงโขลกรวมกันและปรุงรสด้วย เกลือ และผงชูรส
3. โขลกรวมกันจนละเอียด ใช้รับประทานกับเห็ดต้ม และจิ้นนึ่ง
สรรพคุณทางยาของข่าข่าช่วยแก้ปวดท้อง ท้องร่วง ฆ่าเชื้อบิด และช่วยย่อยอาหาร
ขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดินและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
แกงขนุน หรือ แกงม่าหนุน
แกงขนุน หรือ แกงม่าหนุน
ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล บางท่านนิยมแกงกินในงานแต่งงาน เพื่อเป็นเคล็ดว่าให้คู่แต่งงานนั้นมีความเกื้อหนุนจุนเจือต่อกัน และในวันปากปี คือหลังวันเถลิงศก (วันพญาวัน) หนึ่งวัน
ในช่วงวันสงกรานต์คนเหนือจะแกงขนุนกินโดยมีความเชื่ออยู่ว่า
“…ความ เชื่ออีกประการหนึ่งของชาวล้านนาในวันปากปีคือทุกครัวเรือนจะแกงขนุนซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองรับประทานในวันปากปีโดยมีความเชื่อว่า เมื่อได้กินแกงขนุนแล้วจะหนุนนำชีวิตให้ดีขึ้นตลอดปีใหม่นี้…”
ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล บางท่านนิยมแกงกินในงานแต่งงาน เพื่อเป็นเคล็ดว่าให้คู่แต่งงานนั้นมีความเกื้อหนุนจุนเจือต่อกัน และในวันปากปี คือหลังวันเถลิงศก (วันพญาวัน) หนึ่งวัน
ในช่วงวันสงกรานต์คนเหนือจะแกงขนุนกินโดยมีความเชื่ออยู่ว่า
“…ความ เชื่ออีกประการหนึ่งของชาวล้านนาในวันปากปีคือทุกครัวเรือนจะแกงขนุนซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองรับประทานในวันปากปีโดยมีความเชื่อว่า เมื่อได้กินแกงขนุนแล้วจะหนุนนำชีวิตให้ดีขึ้นตลอดปีใหม่นี้…”
1)
ส่วนผสม
1. ขนุนอ่อน (ถ้าใช้เป็นขนุนบ้านจะอร่อย)
2. ซี่โครงหมูสับ
3. มะเขือเทศลูกเล็ก
4. ชะอมเด็ด
5. ชะพลูหั่นหยาบ
ส่วนผสม
1. ขนุนอ่อน (ถ้าใช้เป็นขนุนบ้านจะอร่อย)
2. ซี่โครงหมูสับ
3. มะเขือเทศลูกเล็ก
4. ชะอมเด็ด
5. ชะพลูหั่นหยาบ
6. พริกแห้ง
7. กระเทียม
8. หอมแดง
9. กะปิ
9. กะปิ
10. เกลือ
11. ผงชูรส(จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่คนชอบ)
วิธีทำ
1. นำพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง เกลือ กะปิ โคลกให้ละเอียด ทำเป็นเครื่องแกง
2. ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ละลายเครื่องแกงลงในน้ำเดือด
3. ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม
4. ใส่ขนุน ต้มให้ขนุนนิ่ม
5. ใส่มะเขือเทศ ชะอม และใบชะพลู ปรุงรสด้วยเกลือ และ ผงชูรสเล็กน้อย คนให้เข้ากัน พอผักสุก ปิดไฟ
1. นำพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง เกลือ กะปิ โคลกให้ละเอียด ทำเป็นเครื่องแกง
2. ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ละลายเครื่องแกงลงในน้ำเดือด
3. ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม
4. ใส่ขนุน ต้มให้ขนุนนิ่ม
5. ใส่มะเขือเทศ ชะอม และใบชะพลู ปรุงรสด้วยเกลือ และ ผงชูรสเล็กน้อย คนให้เข้ากัน พอผักสุก ปิดไฟ
แกงแคไก่
ส่วนผสม
1.เนื้อไก่บ้าน
1.เนื้อไก่บ้าน
2.ตำลึง
3.ชะอม
4.ชะพลู
5.ถั่วฝักยาว
6.มะเขือเปราะ
7.มะเขือพวง
8.ดอกงิ้วแห้ง
9.เห็ดลมอ่อน
10.ถั่วพู
11.ผักขี้หูด
12.ผักเผ็ด
13.ดอกข่า
14.ใบมะกรูด
15.ผักชีฝรั่ง
16.น้ำมันพืช
17.กระเทียม
เครื่องแกง
1. พริกขี้หนูแห้ง
2. กระเทียม
3. หอมแดง
4. ข่าหั่น
5. ตะไคร้ซอย
6. กะปิ
7. ปลาร้าต้มสุก
8. เกลือ
1. พริกขี้หนูแห้ง
2. กระเทียม
3. หอมแดง
4. ข่าหั่น
5. ตะไคร้ซอย
6. กะปิ
7. ปลาร้าต้มสุก
8. เกลือ
วิธีทำ
1. สับไก่เป็นชิ้นพอคำ
2. เด็ดหรือหั่นผักทุกชนิด ล้างให้สะอาด พักไว้
3. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
4. เจียวกระเทียมที่สับแล้วพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม
5. ใส่ไก่ ผัดไก่ให้สุก
6. ใส่น้ำพอท่วมไก่ ตั้งต่อให้เดือด
7. ใส่ผักสุกยาก ตามด้วยผักที่สุกง่าย คนให้เข้ากัน พอผักสุก ยกลง
1. สับไก่เป็นชิ้นพอคำ
2. เด็ดหรือหั่นผักทุกชนิด ล้างให้สะอาด พักไว้
3. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
4. เจียวกระเทียมที่สับแล้วพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม
5. ใส่ไก่ ผัดไก่ให้สุก
6. ใส่น้ำพอท่วมไก่ ตั้งต่อให้เดือด
7. ใส่ผักสุกยาก ตามด้วยผักที่สุกง่าย คนให้เข้ากัน พอผักสุก ยกลง
เคล็ดลับในการปรุง
การคั่วหรือผัดเครื่องแกง ใช้ไฟปานกลาง
เครื่องแกงบางสูตรอาจใส่เม็ดผักชี มะแขว่น ใบขิง หน่อข่า เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมของแกงแค
ผักที่ใช้เป็นส่วนผสม สามารถใส่ผักชนิดอื่นๆได้ เช่น หน่อไม้ต้ม ยอดมะพร้าว จักค่านแห้ง ดอกแคขาว ดอกแคแดง
การคั่วหรือผัดเครื่องแกง ใช้ไฟปานกลาง
เครื่องแกงบางสูตรอาจใส่เม็ดผักชี มะแขว่น ใบขิง หน่อข่า เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมของแกงแค
ผักที่ใช้เป็นส่วนผสม สามารถใส่ผักชนิดอื่นๆได้ เช่น หน่อไม้ต้ม ยอดมะพร้าว จักค่านแห้ง ดอกแคขาว ดอกแคแดง
ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากแหล่งข้อมูลเหล่านี้ค่ะ
แหล่งข้อมูล : สำนักหอสมุด และสำนักบริการคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
รัตนา พรหมพิชัย. (2542). แกงแค. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ (เล่ม 1, หน้า 475). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
เสาวภา ศักยพันธ์ และยุพยง วิจิตรศิลป์. (2538). อาหารพื้นบ้านภาคเหนือ. เชียงใหม่: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่.
รัตนา พรหมพิชัย. (2542). แกงแค. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ (เล่ม 1, หน้า 475). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
เสาวภา ศักยพันธ์ และยุพยง วิจิตรศิลป์. (2538). อาหารพื้นบ้านภาคเหนือ. เชียงใหม่: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
