Powered By Blogger

tassanee

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แกงบอน

ส่วนผสม
1.
บอน
2.
หูหมู 
3.
น้ำมะขามเปียก
4.
ข่าหั่น
5.
ตะไคร้
6.
กระเทียม
7.
ใบมะกรูด 
8.
กระเทียมเจียว
9.
น้ำมันพืช 

เครื่องแกง 
1.
พริกขี้หนูแห้ง
2.
กระเทียม
3.
หอมแดง
4.
ตะไคร้ซอย
5.
กะปิ
6.
ปลาร้าต้มสุก
7.
เกลือ 

วิธีทำ
1.
บอนปอกเปลือก หั่นเป็นท่อน ล้างน้ำ แล้วนำไปนึ่ง 
2.
นึ่งให้สุกจนเละ ประมาณ 30 นาที แล้วพักไว้ 
3.
โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
4.
เจียวกระเทียมพอให้เหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม ใส่ข่าหั่น ตะไคร้ซอย ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำมะขามเปียก เกลือ ผัดให้เข้ากัน ใส่หูหมู ผัดให้เข้ากัน 
5.
ใส่บอนลงผัดให้เข้ากัน 
6.
ใส่ใบมะกรูดฉีก คนให้เข้ากัน ปิดไฟ

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ตำขนุน

ส่วนผสม
1.
พริกแห้ง
2.หอมแดงซอย
3.กระเทียมซอย
4.ข่า
5.กะปิ
6.ขนุนอ่อนต้มสุก
7.มะเขือเทศลูกเล็ก 

8.ใบมะกรูดหั่นฝอย
9.กระเทียมเจียว
10.ผักชีหั่นฝอย
11.น้ำปลา
12.น้ำมันพืช

วิธีทำ
1.
โขลกพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ข่า กะปิ ให้ละเอียด
2.
ปอกเปลือกขนุน แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 
3.
โขลกขนุนกับน้ำพริกแกงที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน ใส่มะเขือเทศ ผสมให้เข้ากัน
4.
ตวงน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟพอร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรสตามชอบ ตักขึ้นโรยหน้าด้วยใบมะกรูด ผักชี กระเทียมเจียวa


วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แอ็บอองออ

ส่วนผสม

1.พริกสด 

2.กระเทียมซอย
3.หอมแดงซอย
4.ตะไคร้หั่นฝอย
5.ขมิ้นซอย
6.เกลือป่น
7.สมองหมู
      8.ใบมะกรูดหั่นฝอย
      9.ผักชีซอย
     10.ใบตองสำหรับห่อ
     11.ไม้กลัด


วิธีทำ

1. โขลกพริกกับเกลือให้ละเอียด
2.
ใส่ตะไคร้ กระเทียม ขมิ้น หอมแดง โขลกจนละเอียดเข้ากันดี
3
ล้างสมองหมูให้สะอาด แล้วนำมาคลุกเคล้ากับน้ำพริกแกงที่โขลกไว้ให้เข้ากัน
4.
ใส่ใบมะกรูด ผักชี ผสมให้เข้ากัน ห่อด้วยใบตอง นำไปปิ้ง ใช้ไฟปานกลางจนกระทั่งสุก 



วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

ยำเตา

เครื่องปรุง


1.เตา 
2. ตะไคร้ 
3. พริกขี้หนูสวน 
4. มะเขือขึ่นก
5. ปลาดุก 
6. ปูนา 
7. กระเทียม 
8. เกลือ 
9. น้ำปลาร้า 
10. ข่า 


วิธีทำ


1. ล้างเตาให้สะอาดแล้วทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใช้ด้ายเย็บผ้ามัดก้อนเตาแล้วดึงให้เตาขาด เพื่อให้ เศษหญ้าที่ปนอยู่ในเตาออกให้หมด ทำอย่างนี้หลาย ๆ ครั้ง เสร็จแล้วใช้ผ้าบาง ๆ ที่สะอาด ห่อทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นท่อน ๆ ละประมาณ ๑ นิ้ว 
2. ต้มปลา ปูนา ใบผักฮ้วน กับปลาร้าให้สุก แล้วแกะเอาแต่เนื้อ 
แล้วนำไปโขลกกับกระเทียมให้ละพอประมาณ
จากนั้นเอาเตาลงตำพอเข้ากัน อย่าให้เละ
3. พริกขี้หนูสวน ตะไคร้ มะเขือขึ่นหั่นฝอย คลุกเข้ากับส่วนผสมทั้งหมด 
โดยค่อยๆใส่น้ำต้าปลาลงไปอย่าให้น้ำมากเกินไป เติมน้ำปลาชิมรสตามชอบ

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

แกงผักขี้หูด

เครื่องปรุง
1. ผักขี้หูด 
2. กระดูกหมู หรือ ซี่โครหมู
3. มะเขือเทศลูกเล็ก
4. น้ำเปล่า



เครื่องแกง
1. กระเทียม
2. พริกแห้ง
3. กะปิ
4. ปลาร้า
5. หอมแดง 



วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือดเอากระดูกหมูใส่หรือซี่โครงใส่ตอนน้ำเดือด
2. ต้มกระดูกสุกได้ที่แล้วก็นำเครื่องพริกลง คนให้ทั่วรอจนน้ำเดือด
3. เอาผักขี้หูดลงตาม แกงซัก ๙ - ๑๐ นาที อย่านานเกินไป
4. ตามด้วยมะเขือเทศลูกเล็ก
5. รอสักพักพอมะเขือเทศสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา
6. ใส่ใบชะพลูฉีก พลิกกลับไปมา จากนั้นตามด้วย ยอดชะอมอ่อน พลิกกลับไปมา สองสามรอบ
ยกลงเสิร์ฟ 

แกงหน่อไม้ใส่น้ำปู๋


เครื่องปรุง

๑. หน่อไม้สับและซอยเป็นชิ้นๆ
๒. ใบย่านางอ่อน  
๓. ชะอม
๔. ใบชะพลู (ผักแค) 
๕. ปลาร้า น้ำปลา หรือ น้ำปู เกลือ 
๖. พริกหนุ่ม หรือ พริกชี้ฟ้า ย่างไฟ

วิธีทำ

๑. นำหน่อไม้ใส่ลงไปในหม้อพร้อมน้ำเย็น ต้มไปจนกระทั่งนำงวดพอดี 
* ต้องใสในน้ำเย็นเท่านั้น เพื่อไม่ให้แกงมีรสขม * 
เพราะปกติแล้วหน่อไม้สดจะมีรสขมและเฝื่อนนิดหน่อย 
๒. นำใบย่านางอ่อน ใส่ลงไปต้มกับหน่อไม้ให้เดือด 
๓. ถ้าชอบเห็ดฟาง ใส่ไปด้วยก็จะทำให้น้ำแกงหวานยิ่งขึ้น 
๔. ใส่ปลาร้า หรือ น้ำปู แล้วแต่ชอบ หลังเติมอย่าคนเพราะน้ำแกงจะเหม็นคาว 
๕. มองดูว่าน้ำแกงแห้งพอดีแล้ว ใส่พริกหนุ่มที่ย่างไฟแล้ว ลอกเปลือกออก ใช้ส้อมลากลงให้เป็นเส้นๆ คนให้ทั่ว 
๖. ใส่ใบชะพลู (ผักแค) ตามด้วยชะอม พลิกลงข้างล่าง ยกลงเสิร์ฟ

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

คั่วเห็ดถอบ

เครื่องปุรง
  1. เห็ดถอบ(ฝานเป็นชิ้นบางๆ)
  2. หมูสับ
  3. พริกขี้หนูแห้ง
  4. เกลือป่น
  5. ยอดมะขามอ่อน
  6. น้ำมันพืช
  7. น้ำปลา
  8. กระเทียม
  9. หอมแดง
  10. กะปิ
เครื่องแกง
  1. พริกขี้หนูแห้ง
  2. กระเทียม
  3. เกลือ
  4. กะปิ
  5. หอมแดง
วิธีทำ
  1. นำเครื่องแกงโคลกรวมกันให้ละเอียด
  2. ผัดเครื่องแกงที่โคลกเตรียมไว้ให้หอม
  3. ใส่หมูลงไปผัดจนสุก แล้วใส่เห็ดถอบที่ฝานบางๆลงปผัดจนสุกเช่นเดียวกัน
  4. ใส่ยอดมะขามอ่อนลงไปผัด เสร็จแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมและปรุงตามใจชอบ

แกงโฮะ

ส่วนผสม


1.หมูสามชั้น
2.เนื้อไก่
3.มะเขือเปราะ
4.มะเขือพวง
5.มะเขือยาว
6.ถั่วฝักยาว
7.ตำลึง
8.หน่อไม้เปรี้ยว
9.ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
10.ผักชี ต้นหอม
11.พริกขี้หนูทอด
12.แตงกวา
13.วุ้นเส้น
14.สะระแหน่
15.ใบโหระพา
16.น้ำมัน


เครื่องแกง
1.พริกแห้ง
2.หอมแดงซอย
3.เกลือป่น
4.กระเทียมซอย
5.ตะไคร้หั่นฝอย
6.กะปิ


วิธีทำ


วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
2. ล้างหมู ไก่ หั่นชิ้นบาง ล้างมะเขือพวง มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว และมะเขือยาว หั่นถั่วฝักยาวเป็นท่อน 1/2 นิ้ว หั่นมะเขือยาวเป็นท่อน 1/2 นิ้ว แล้วจึงผ่าครึ่ง มะเขือเปราะผ่าสี่
3. ใส่น้ำมันในกะทะ ตั้งไฟให้ร้อนใส่เครื่องแกงผัดให้หอม ใส่หมู ไก่ ผัดให้เข้ากัน ใส่หน่อไม้เปรี้ยวใช้ไฟอ่อนเคี่ยวสักครู่ ใส่วุ้นเส้นผัดให้เข้ากัน
4. จัดใส่จาน โรยใบสะระแหน่วางพริกขี้หนูทอดด้านข้างรับประทานกับใบโหระพา แตงกวา หั่นเป็นแว่น

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

ขนมจึนน้ำเงี้ยว

ส่วนผสม


1. ขนมจีน 
2. ซี่โครงหมูสับชิ้นเล็ก 
3. เลือดไก่ 
4. เนื้อหมูสับละเอียด 
5. น้ำมันพืช 
6. ไก่พันธุ์พื้นเมือง
7. มะเขือเทศลูกเล็ก
8. มะเขือเทศใหญ่ 
9. ดอกงิ้ว 
10. เกลือป่น 
11. ถั่วเน่า
12. กะปิอย่างดี 
13. ตะไคร้ 
14. ขมิ้น 
15. หอมแดง 
16. กระเทียม 
17. พริกขี้หนูสวนแห้ง
18. รากผักชี 




วิธีทำ


1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด 
2. แช่ซี่โครงหมูในน้ำเย็น 
3. ใส่น้ำมันในกะทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมทุบลงผัดให้พอเหลือง
4. ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม 
5. ใส่เนื้อหมู เนื้อไก่  ลงผัดให้สุก
6. เติมน้ำซุปซี่โครงหมู
7. พอน้ำเดือดใส่ดอกงิ้ว ใส่มะเขือเทศ ตามด้วยเลือดหมู หรือ เลือดไก่
8. ใส่ถั่วเน่า ถ้าเป็นถั่วเน่าแค็บ ให้ย่างไฟให้หอมก่อน จากนั้นตำให้ละเอียด
9. เคี่ยวให้น้ำแกงหอม ซี่โครงหมูนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ ชิมรส รับประทานกับ ขนมจีน 
ส่วนผักแล้วแต่ชอบ แต่ที่ขาดไม่ได้ คือ พริกทอด กระเทียมเจียว ผักกาดดอง
ต้นหอม ผักชี แคบหมู หรือ หนังปอง ถ้าชอบรสเปรี้ยว ต้องมีมะนาวฝานด้วย

แกงกระด้าง

ส่วนผสม
1. ขาหมู
2. กระเทียม
3. พริกไทย
4. รากผักชี
5. ผักชี
6. ต้นหอม
7. เกลือ


วิธีทำ

1. ล้างขาหมูให้สะอาด เลาะเอากระดูกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2. นำขาหมูที่หั่นแล้วไปต้ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง
3. โขลกกระเทียม พริกไทย และรากผักชี รวมกันให้ละเอียด
4. ใส่ส่วนผสมที่โขลกลงในหม้อต้มขาหมู ตามด้วยเกลือ ต้มต่อสักครู่
5. เทใส่ถาด นำใส่ตู้เย็น จนแข็งตัว หรือในหน้าหนาว ทิ้งไว้ค้างคืน แกงจะแข็งตัวเอง โรยหน้าด้วยผักชีซอยและต้นหอมซอย

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ตำมะเขือพวง

ส่วนผสม
1. มะเขือพวง
2. พริกหนุ่ม
3. กระเทียม
4. กะปิ
5. น้ำมันพืช

วิธีทำ
1. ต้มมะเขือพวง ใส่น้ำเล็กน้อย ต้มให้เดือด
2. ต้มจนกระทั่งน้ำแห้ง ใส่น้ำมันลงคั่วให้เข้ากัน พักไว้
3. โขลกกระเทียม พริกหนุ่ม และกะปิ รวมกันให้ละเอียด
4. ใส่มะเขือพวงลงโขลกรวมกัน
5. ใส่เกลือลงโขลก และคลุกเคล้าให้เข้ากัน

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

จอผักปั๋ง

ส่วนผสม
1.     ผักปลัง   
2.     จิ๊นส้ม  
3.     น้ำมะนาว  
4.     พริกชี้ฟ้าย่างไฟ  
5.     มะเขือเทศ     
เครื่องแกง
1.     พริกชี้ฟ้า   
2.     กระเทียม   
3.     หอมแดง   
4.     กะปิ  
5.     เกลือ    
วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ใส่เครื่องแกง และตามด้วยจิ๊นส้ม
3. ใส่ผักปลัง ตามด้วยมะเขือเทศ ต้มพอเดือดสักครู่
4. ใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน พอเดือด ยกลง



ผักปั๋ง หรือผักปลัง นั้น เรียกตามภาษาท้องถิ่นจาวเหนือนั่นเองค่ะผักปั๋งเป็นไม้เถากลมเล็กเรียวเรียบมัน ฉ่ำน้ำยาวหลายเมตร ใบเดี่ยวรูปหัวใจ ออกตามข้อใบหนาเรียบมัน เส้นใบชัด ผักปลังเถาแดงก้านใบ เส้นใบ มีสีม่วงแดง แผ่นใบสีเขียวผลอ่อนสีเขียวเข้ม ผลแก่สีม่วงเข้มผักปังมี 2 สี คือผักปังที่มีก้านใบสีแดง
กับผักปังที่มีก้านใบสีขาวผักปลังเป็นผักพื้นบ้าน ของไทย ที่พบเห็นอยู่ทั่วไป ตามชนบท ราคาถูกเพราะหาเก็บได้ตามชายป่าหรือถ้าปลูกก็เป็นผัก ที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก แต่คนในเมืองหลวงคงหาได้ไม่มาก น้อยคนนักที่รู้จักผักปลัง เพราผักปลังมักเป็นที่นิยมกินอยู่ตามต่างจังหวัด แต่ปัจจุบันมีการพูดถึงผักพื้นบ้านมากขึ้น เพราะผักพื้นบ้านมักเป็นผักปลอดสารพิษ ผักปลังจึงหวนกลับมากเป็นขวัญใจของผู้รักวิถีธรรมชาติทั้งหลาย

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

แกงปลีตาล

ส่วนผสม
1.      ปลีตาล  
2.     เนื้อไก่บ้าน  
3.     ใบมะกรูด  
4.     น้ำมันพืช  
เครื่องแกง
1.      พริกแห้ง    
2.     หอมแดง  
3.     กระเทียม  
4.     ตะไคร้ซอย  
5.     ข่าซอย 
6.     กะปิ  
7.     เกลือป่น  
  
วิธีปรุง
1. แกะเปลือกปลีตาลออกเหลือแต่เนื้ออ่อน หั่นเป็นชิ้นบางๆ
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่ไก่ลงผัด พอไก่หดตัว เติมน้ำ เคี่ยวไก่พอสุกนิ่ม
4. ใส่ปลีตาล ต้มต่อจนปลีตาลสุก ประมาณ 5 – 10 นาที
5. ใส่ใบมะกรูด คนให้ทั่ว ปิดไฟ

เคล็ดลับ
หั่นปลีตาลแล้ว นำลงแช่น้ำทันที เพื่อไม่ให้มีสีน้ำตาล

ขนมเทียน

ส่วนผสม
1.     แป้งข้าวเหนียวดำ  
2.     น้ำตาลปี๊บ  
3.     เกลือป่น  
4.     น้ำมันพืช 
5.     มะพร้าวขูด
6.     น้ำ

วิธีทำ
1. ทำไส้ขนม โดยนำมะพร้าวขูดลงผัดในกระทะ ใช้ไฟปานกลาง ผัดพอหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลปี๊บ ผัดให้เข้ากัน
2. ผัดไส้มะพร้าวจนเหนียวดีแล้ว นำไปพักไว้
3. ทำแป้งขนม นำแป้งนวดผสมกับน้ำ และเกลือป่น 1 ช้อนชา ให้เข้ากันจนเป็นก้อน
4. ฉีกใบตองกว้างประมาณ 10 ซม. นำด้านที่ห่อมาทาน้ำมันให้ทั่ว
5. นำแป้งที่นวดมาทำเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้มะพร้าวตรงกลาง แล้วห่อแป้งให้มิดไส้ แล้วคลึงเป็นก้อนกลม
6. ทำใบตองเป็นรูปทรงกรวย ใส่ขนมลงในใบตอง พับทบล่าง ซ้าย ขวา นำด้านที่แหลมสอดพับ แล้วห่อจะได้ขนมทรงสามเหลี่ยม
7. นำไปนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 20 นาที

เคล็ดลับ
แป้งสำหรับทำขนมเทียน บ้างอาจจะผสมแป้งข้าวจ้าวเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เหนียวเกินไปบางบ้านนั้นอาจใส่น้ำอ้อยลงในแป้ง เพื่อให้แป้งมีรสหวาน

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

ไข่คว่ำ

ส่วนผสม


ไข่เป็ด
ไข่ไก่
เนื้อหมูบด
น้ำตาลทราย
กระเทียมสับ
พริกไทย
ผักชี


วิธีทำ
1. ต้มไข่เป็ดประมาณ 15 นาที ผ่าครึ่งเป็น 2 ซีก ใช้ช้อนควักไข่ออก โดยไม่ให้เปลือก แตก พักไว้
2. ผสมไข่เป็ด หมูสับ กระเทียมสับ เกลือ พริกไทย และ น้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ใส่ผักชีต้นหอม คนให้เข้ากัน
4. ตักส่วนผสมใส่ในเปลือกไข่เป็ด ให้พูนเล็กน้อย ทำจนหมด พักไว้
5. ตั้งน้ำมัน พอร้อน ตีไข่ไก่ ยิบไข่ที่พักไว้ชุบไข่ไก่ แล้วคว่ำหน้าลงทอดในกระทะ
6. ทอดพอหมูสุกและเหลือง ตักขึ้นใส่ตะแกรง
จะกินกับข้าวสวย ข้าวเหนียว หรือข้าวกล้อง ได้ทั้งนั้น 

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

แกงผักหละ หรือ แกงชะอม

ส่วนผสมแกง
1. ชะอม
2. ปลาแห้ง
3. ข่าอ่อนซอย
4. พริกหนุ่มย่าง

เครื่องแกงแกงผักชะอม
1. พริกแห้ง
2. กระเทียม
3. หอมแดง
4. กะปิ
5. เกลือ

วิธีทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงในน้ำเดือด
3. น้ำแกงเดือด ใส่ข่า
4. ใส่ปลาแห้ง ต้มจนปลานุ่ม
5. ใส่ผักชะอม ต้มจนผักสุก
6. ใส่พริกหนุ่มเผา และปรุงรสตามชอบ ปิดไฟ